ศึกดาร์บี้แมตช์มืองแมนเชสเตอร์ในอดีตที่น่าจดจำ  

ศึกดาร์บี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์ในอดีตที่น่าจดจำ  

 

ก่อนที่จะเริ่มเล่าถึงศึกดาร์บี้แมตช์ที่น่าสนใจ ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ศึกดาร์บี้แมตช์หมายถึงอะไร ซึ่งความจริงแล้วดาร์บี้แมตช์มีความหมายง่ายๆ ว่าเป็นการแข่งขันระหว่างทีมที่อยู่เมืองเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่นหัวข้อนี้เรากล่าวว่า ศึกดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งเมืองนี้มีสโมสรฟุตบอลที่ใหญ่คับอันดับพรีเมียร์ลีกอยู่ ทีมด้วยกัน คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ การที่ทีมใหญ่อย่างสองทีมนี้ต้องมาเจอกันแต่ละครั้ง จะสามารถเรียกเสียงเชียร์กระหึ่มได้อย่างมากในสนาม ทำให้นักเตะต้องเน้นเกมการแข่งขันที่ถูกเรียกว่า ดาร์บี้แมตช์นี้เป็นพิเศษมากกว่าการแข่งขันนัดอื่น ในเกมการแข่งขันแบบนี้มันยังหมายถึงศักดิ์ศรีของแต่ละทีมอีกด้วย ในหลายครั้งแฟนบอลมักจะเริ่มปั่นกระแสของการแข่งขันดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ก่อนเริ่มเตะกันว่า ครั้งนี้ แมนเชสเตอร์จะเป็นสีอะไรกันแน่ ก็ต้องรอลุ้นผลการแข่งขันในนัดนั้นต่อไป ทำให้ทั้งสองทีมต้องเข้าแข่งขันกันอย่างดุเดือดเสมอ 

 

http://topicstock.pantip.com/supachalasai/topicstock/2009/08/S8262680/S8262680-58.jpg

 

ในอดีตนั้นมีอยู่หลายเกมที่แต่ละทีมสามารถทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ และสร้างวีรบุรุษที่ช่วยให้เกิดความภาคภูมิแก่กองเชียร์และสโมสร เพราะสถานการณ์ในบางเกมก็ช่วยสร้างวีรบุรุษได้เป็นอย่างดี นักเตะแต่ละคนที่อยู่ต่างทีมทั้งสองฝ่าย ที่ความจริงแล้วอาจจะมีฝีเท้าที่เก่งกาจกันมากอยู่แล้ว และแสดงให้เห็นอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อมาถึงเกมที่เรียกว่า ดาร์บี้แมตช์ หากใครที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนี้อีก ก็จะยิ่งเพิ่มเกียรติประวัติให้แก่ตัวเองมากขึ้นไปเป็นอีกเท่าตัว จนบางครั้งกลายเป็นวีรบุรุษสำหรับใครหลายๆ คนอย่างที่กล่าวไปในข้างต้นของบรรทัดนี้ 

 

แล้วเกมการแข่งขันไหนบ้าง ที่ทั้งดุเดือดทำประตูระเบิดระเบ้อ หรือดราม่าจนน่าเสียดาย วันนี้เราจึงจะมาเล่ากล่าวถึงศึกดาบี้ในอดีตเหล่านั้นให้ทุกท่านที่ผ่านเข้ามาได้อ่านละนึกถึงความสนุกสนานหรือความเศร้า ณ ช่วงเวลานั้น ส่วนใครที่ไม่เคยรับชมเกมเหล่านั้นก็อาจจะพอได้กลิ่นอายแห่งศึกดาร์บี้แมตช์ในอดีตเหล่านั้น ถ้าหากพร้อมแล้วขึ้นไทม์แมตชีนไปอ่านเรื่องราวในอดีตกันที่ด้านล่างนี้เลยดีกว่า 

 

กันยายน ปี 2009  

Manchester United VS Manchester City (4-3) 

 

ในช่วงนั้นถือว่าเป็นเกมที่ค่อนข้างดุเดือดแล้วมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายทั้งระหว่างเกมการแข่งขันและก่อนเกมการแข่งขัน ดูได้จากจำนวนประตูที่ยิงกันไปรวมแล้วถึง ประตู มาเริ่มกันที่เหตุการณ์แรกกันก่อนเลยคือ การชิงตัวนักเตะกองหน้าที่มีผลงานยอดเยี่ยมอย่าง คาร์ลอส เตเบซ สลับขั้วจากปีศาจแดงขึ้นสู่เรือใบสีฟ้า โดยในเกมนี้มีประตูแรกที่ฝ่ายเจ้าบ้านอย่างปีศาจแดงขึ้นนำก่อนด้วยผลงานของ เวย์น รูนีย์ หลังจากที่เวลาขยับเพียงแค่ นาที ส่งผลให้ต่อจากนั้นอีกไม่นานนัก ทีมเยือนอย่างเรือใบสีฟ้าก็แล่นขึ้นมาเทียบเท่ากันเป็น 1-1 จากผลงานของ แกเรธ แบร์รี ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายในนาทีที่ 16 จบครึ่งแรกไว้เพียงแค่สกอร์ 1-1 เมื่อเริ่มครึ่งหลังทำให้ทั้งสองทีมต้องเริ่มเปิดเกมบุกใส่กันอีกครั้งเพื่อชิงืทำประตูขึ้นห่างก่อน ซึ่งฝ่ายเจ้าบ้านก็ได้ประตูขึ้นนำไปครองก่อนอีกครั้งเป็น 3-1 ประตู จากผลงานของ ดาร์เรน เฟลตเชอร์ ที่รวดยิงคนเดียวทั้ง ประตูเลย ด้วยเหตุนี้เองทำให้ทีมเยือนเพื่อนบ้านฮึกเหิมมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว โดยสามารถแล่นเทียบขึ้นมาได้อีกครั้งเป็น 3-3 ประตู ผ่านผลงานของ เคลก เบลลามี ที่เหมาคนเดียวถึง ประตูเหมือนกัน ในโค้งสุดท้ายของเกมการแข่งขันนัดนี้มีข้อกังขาใหญ่อยู่จุดหนึ่งคือ การที่ผู้ตัดสินให้ทดเวลาถึง 6 นาที โดยที่ มาร์ค ฮิวส์ ผู้จัดการทีมซิตี้ในตอนนั้นกล่าวว่า ที่จริงแล้วเวลาที่หยุดไปจริงเพียงแค่ นาทีเท่านั้น ที่เกิดความกังขานี้ขึ้นเนื่องมาจากใน ในช่วงทดนาทีสุดท้ายของเกม ไมเคิล โอเว่น ที่ถูกเปลี่ยนลงมาแทน ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ทำประตูชัยให้กับปีศาจแดงได้ในที่สุด เป็นช่วงเวลาที่เหล่าแฟนบอลของซิตี้จะต้องเจ็บปวดในเกมนั้นไปอย่างยาวนาน  

 

ตุลาคม ปี 2011 

Manchester United VS Manchester City (1-6) 

https://i2-prod.manchestereveningnews.co.uk/incoming/article14019901.ece/ALTERNATES/s1200/Man-United-City-Derby-Match-Graphic-goals-update.jpg

 

ในเกมแรกที่เราพึ่งเล่าไปนั้นเป็นเกมเฉือนชนะไปของปีศาจแดงอย่างดุเดือด มาในเกมนี้เราจะเล่าถึงความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับของยูไนเต็ดบ้าง ด้วยความพ่ายแพ้อย่างพังทลายในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบประวัติการของ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ตลอดระยะเวลาถึง 26 ปี ทำให้เกมนี้ถือเป็นเกมที่ดราม่าอย่างมากสำหรับแฟนบอลปีศาจแดง เมื่อถึงนาทีที่ 22 มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าจอมกวนทำประตูขึ้นนำได้ก่อน สิ่งที่ทำให้เกมนี้คกรุ่นขึ้นมาอาจเป็นเพราะนักเตะรายนี้หลังจากที่ทำประตูได้ ก็หันไปดีใจกับกล้องและ ถกเสื้อที่มีข้อความว่า “Why Always Me?” ซ่อนอยู่ด้านใน จากนั้นเขายังซัดรวดคนเดียวถึง ประตูด้วยกัน และเมื่อมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของเกม จอนนี อีแวนส์ ได้โดนมบแดงออกสนามไป จนทำให้ปีศาจแดงถูกรัวท้ายเกมถึง ประตูในนาทีที่ 90 ถือว่าเป็นเกมการแข่งขันที่ทำให้แฟนบอลยูไนเต็ดเคืองใจเป็นที่สุด 

 

เมษายน ปี 2018 

Manchester City VS Manchester United (2-3) 


https://1.bp.blogspot.com/-GKHS0C_ijV0/WsjA58S1_vI/AAAAAAAAABs/38FG-sq_aBEK0E_z0Pqmvmj0easTU9BBACPcBGAYYCw/s1600/manderby.jpg

 

การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นความดราม่าของทีมเรือใบสีฟ้าที่ทำให้เคืองใจและรู้สึกแพ้ในเกมนี้ค่อนข้างมาก เพราะถ้าหาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถชนะเกมการแข่งขันนี้ได้ จะเรียกได้ว่าเป็นแมตช์ที่เรือใบสีฟ้าสามารถฉลองแชมป์ในเกมนี้ได้เลย แต่ก็ถูกหยุดความหวังและความต้องการนั้นไว้ที่โรงละครแห่งความฝันนี้ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกมนี้ สถานการณ์ส่งบทให้ดูเหมือนว่าซิตี้ จะเป็นฝ่ายกุมชัยชนะอย่างเหนือกว่าปีศาจแดงอยู่แล้วด้วยการขึ้นนำไปก่อน 2-0 ประตูในครึ่งเกมแรก จากผลงานของ แวงต์ซองต์ กอมปานี และอิลคาย กุนโดกัน และแล้วเกมแห่งความดราม่าได้เริ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลัง ที่ยูไนเต็ดเร่งเครื่องจนสามารถแซงได้ในช่วงสุดท้ายของเกมเป็น 3-2 ประตู สุดท้ายผลสรุปแห่งเกมนี้ทำให้เหล่าแฟนบอลของซิตี้ต้องเลื่อนฉลองแชมป์ออกไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดจะได้ฉลองแชมป์ในนัดที่จัดการสเปอร์สจนอยู่หมัด 3-1 ก็ตามที 

 

อดีตที่ผ่านมาของทั้งสองทีมนั้น ค่อนข้างดุเดือดเป็นอย่างมาก ดูจากสามเกมที่เอามาเล่าให้ฟังก็น่าจะพอเข้าใจถึงความดุเดือดและดราม่าของดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ แต่อย่างว่าเป็นเพียงแค่เกมที่เด่นๆ จึงหยิบยกมาเล่าให้ฟัง และอาจจะมีเกมที่มีความเด่นเท่าๆ กับสามเกมที่ยกตัวอย่างมาก็ได้ หากใครเคยรัชมก็คงได้รู้อยู่แล้วแน่นอน  

 

 

  

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *